เพื่อนรักสมัยม. ปลายของฉันเพิ่งจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน จากไปกระทันหัน ไม่มีสัญญาณอะไรให้โอกาสเราได้ล่วงรู้ก่อนเลยว่าจะต้องเสียเพื่อนคนนี้ไป ในกลางดึกคืนวันที่ 6 พฤษภาคม 2554 ฉันกำลังนั่งเล่นเกมอยู่อย่างเมามันในอารมณ์ มีโทรศัพท์จากเเม่เพื่อนคนนี้โทรเข้ามาเเเจ้งข่าว วินาทีเเรกฉันไม่รู้จะรู้สึกยังไง เหมือนเป็นเรื่องโกหกหน้าตายที่ฉันไม่อยากจะเชื่อสักนิด แต่สุดท้ายแล้ว ฉันต้องปรับอารมณ์ตัวเองและบอกย้ำๆ กับตัวเองให้ได้ว่า 'มันเป็นเรื่องจริง'
 
เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนเรายังได้คุยกันอยู่เลย... เเม้จะไม่ได้เห็นหน้ากัน แต่เธอคือเเรงบันดาลใจที่ทำให้ฉันอยากรวมรุ่นเพื่อนม.ปลายให้ได้ แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ก็ทำให้นัดครั้งนั้นต้องล่มไป แต่ฉันไม่คิดว่า รุ่นม.ปลายที่อยากจะรวมกันอีกครั้ง จะไม่มีทางมากันครบอีกแล้ว...
 
วันต่อมา ฉันและเพื่อนๆ อีก 6 คน เดินทางไปบ้านเกิดเพื่อนรักคนนี้ที่ต่างจังหวัด ไปหากันเป็นครั้งสุดท้าย...สำหรับโอกาสในชาติภพนี้
 
การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก บ้านเธอไกลกว่าที่พวกเราคิดกันไว้มาก แต่ในที่สุดเราก็ไปถึงจนได้
 
ภาพความทรงจำเก่าๆ มันไหลย้อนกลับมา ... แต่มันก็เป็นได้แค่ภาพความทรงจำนั้นแหละ... เก็บไว้ได้ แต่สร้างขึ้นใหม่ไม่ได้อีกแล้ว
 
ญาติของเธอเล่าให้เราฟังว่า ในวันที่เขาจะเสียได้เขียนกลอนขึ้นมา ในระหว่างที่ป่วย ... เมื่อได้ฟัง เราก็รู้สึกหดหู่ขึ้นมาทันที...แต่อยากจะให้กลอนทั้งสองบทนี้เป็นเหมือนเเรงกำลังใจที่จะให้คนที่ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์อยากจะใช้เป็นแรงผลักดันสร้างสิ่งดีๆ ต่อไปในชีวิตแล้วกันนะ
 
ชีวิตต้องคิดสู้ อยู่เพื่อทำดี
 
อันชีวิตเรานี้มีปัญหา รอเวลาชดใช้กรรมที่ทำหนอ
เกิดมาในโลกนี้ต่างเฝ้ารอ อย่างดีก็ขออยู่สู้ต่อไป
ไม่ว่าจะเจออะไรในภายหน้า หมั่นรักษาใจให้ไม่หวั่นไหว
จะไม่ท้อต่อโรคทุกข์โศกภัย เริ่มวันใหม่มันคงดีได้ซักที
ตราบเท่าอาทิตย์ยังส่องแสงอยู่ จันทราคู่มาเคียงในฝั่งฝัน
เปรียบชีวิตของเราแต่ละวัน ดำเนินการงานอาชีพรีบเร่งไป
เกิดมาเพื่อชดใช้กรรมแต่ก่อนเก่า สิ่งที่เราเคยทำแต่หนไหน
ขอใช้กรรมเหล่านี้หมดสิ้นไป ด้วยบุญใหม่ที่เราสร้างขึ้นมาแทน
กรรมลิขิตชีวิตมนุษย์ได้ แม้ยากไร้มีจนข้นสุดเเค้น
ไม่อาจหนีกรรมตามไล่ไปสุดแดน หากห่างแหนชีวิตนี้ทำดีเอย
 
โรครุมเร้า

โรคของฉันในวันนี้มีมาหมด ถ้าต้องจดมันต้องยาวหางว่าวหนอ
ทั้งโรคหนึ่งโรคสองยังไม่พอ ยังมีต่อโรคสามสี่โศกจังเลย
โรคที่หนึ่งนั้นไซร้ใครจะคิด วิปริตให้นั้นใครเฉลย
หัวใจโตขึ้นมามากมายเลย โอ้ใจเอ๋ยใจเราไม่เท่ากัน
โรคที่สองโรคปอดมันทำพิษ โดนสะกิดเป็นแผลในปอดฉัน
เป็นแผลมากเป็นผังผืดเลยทุกวัน ทำตัวฉันหายใจไม่ค่อยดี
โรคที่สามโรคตับโตโอ้โหเจ็บ มันกักเก็บน้ำเยอะจนบ่งชี้
โรคที่สี่โรคเลือดจางคางเหลืองอ๋อย มันค่อยๆ เกิดขึ้นยืนช้าๆ
โรคเลือดจางไม่มีอันตรายเลย เลือดจางเอ๋ยสบายมากต้องจากกัน
โรคทั้งสี่รวมกันตัวฉันหมด ฉันเลยอดทำอะไรตามใจฝัน
เพราะโรคร้ายรุมเร้าเข้าทุกวัน ขออำนาจพระศรีอารย์ช่วยฉันเอย
 
สำหรับฉัน เธอไม่ได้จากไปไหนเลย ยังอยู่ในใจและจะเป็นเหมือนสิ่งที่กระตุ้นเตือนให้ฉันอย่างจะทำสิ่งต่างๆ แทนในส่วนที่เธออยากทำแต่ไม่มีโอกาสได้ทำต่อไป...
 
รักมาก ... จากเพื่อนรักของเธอ

Comment

Comment:

Tweet