คำถามนี้ ฉันคาดหวังเหลือเกินว่าจะได้คำตอบในเชิงบวกสักข้อสองข้อ เพราะคนส่วนใหญ่คงจะมีทัศนคติเกี่ยวกับรถติดไม่ดีนัก มันเป็นสิ่งที่ไม่มีผลต่อการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของคนกรุงอย่างฉันเลยแม้แต่นิด และแน่นอนคนอื่นก็คงคิดไม่ต่างกันกับฉัน โดยเฉพาะคนที่กำลังบริโภคออกซิเจนร่วมกันกับฉันบนรถเมล์ที่บรรทุกสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนมาเต็มคันรถอย่างเบียดเสียดยัดเยียดเช่นนี้...
 
เหงื่อไหลไคลย้อย...ทุกคนมีสัมภาระที่ต้องดูแลรักษา บ้างเล็ก บ้างใหญ่ บ้างเบา บ้างหนัก นี่ยังไม่นับรวมครอบครัวที่พวกเขาเหล่านั้นต้องดูแลในระดับที่ใหญ่ขึ้นไปอีก รถที่จอดติดอยู่ข้างๆ ไม่ว่าจะเป็นรถเล็กหรือรถใหญ่ต่างแข่งกันหมดไอเสียออกมาจากปล่องที่ก้นของมันอย่างไม่มีใครยอมใคร อากาศที่มีอยู่น้อยนิดบวกกับไอเสียที่เเสนจะทำให้คุณภาพชีวิตต่ำลงไปกว่าเก่าผสมผสานให้เราคนที่อยู่ในระดับรากหญ้าหาเช้ากินค่ำอย่างเราๆ ต้องเผชิญอยู่ทุกวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
 
สิ่งที่เห็นจนชินตาของสังคมปัจจุบันไม่ว่าจะไปที่แห่งหนไหน หากยังอยู่ในเขตเมืองที่มีความเจริญทางด้านวัตถุ ก็จะมีคนมาอาศัยอยู่อย่างแน่นหนา เพราะคนทุกคนเชื่อเสมอว่า ที่ใดก็ตามที่เต็มไปด้วยความทันสมัยและความสะดวกสบายที่นั้นก็จะทำให้ชีวิตมีความสุขและคุณภาพชีวิตของเราก็จะดีขึ้นไปตามความเจริญของพื้นที่นั้นๆ
......
....
...
..
.
 
ซึ่ง นับวันฉันก็ยิ่งรู้ว่ามันไม่จริง
 
 
สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงของประเทศไทยมาตั้งแต่เกิดอย่างฉัน ตั้งแต่ยังเล็กๆ ฉันไม่เคยคิดว่าจะมีวันไหนที่ฉันเกิดความเบื่อหน่ายในเเสงสีที่สวยสดของมันเลยสักวัน จนเมื่อฉันได้รู้สึกว่าฉันใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนนมากกว่าการพักผ่อนอยู่บ้านเช่นในทุกวันนี้ ฉันก็ได้รู้ว่า ถ้าเลือกได้ ฉันจะเป็นคนเเรกที่ยกมือขอออกจากกรุงเทพหากมีคนมาเสนอที่อยู่ใหม่ในที่ๆ ห่างไกลความเจริญแต่เต็มไปด้วยความสะอาดบริสุทธิ์ของอากาศและผู้คน
 
 
ความต้องการของฉันมันคงแปรผกผันกับความต้องการของคนที่อยู่ในชนบท เพราะความยากลำบากของชีวิตความเป็นอยู่ผู้คนในแถบนั้นเป็นตัวเร่งความกระเหี้ยนกระหือรือของคนให้ต้องดั้นด้นมาอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยความมืดดำ
 
แน่นอนล่ะ...คนเราไม่เคยพอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่หรอก การขวนขวายหาสิ่งที่ดีกว่าเป็นธรรมชาติของมนุษย์
 
 
การได้นั่งอยู่บนรถเมล์ที่ติดแหงกไม่ขยับเขยื้อนแบบนี้ มันทำให้เรามีเวลาปล่อยความคิดของเราไปให้ไกลแสนไกลเท่าที่มันอยากจะไปถึง จริงๆ ในช่วงเวลาที่เร่งรีบแบบนี้ เราก็ร้อนรนไปเอง ด้วยสิ่งต่างๆที่เข้ามาเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เราต้องดิ้นรนไปซะทุกอย่าง ฉันมีเวลามากมายสังเกตวิถีชีวิตของคนที่อยู่บนรถเมล์ร่วมคันกับฉัน ได้มองดูวิถีชีวิตของพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องตากฝนขายของอยู่ริมฟุตบาท คนขายพวงมาลัยที่เดินตากแดดตากฝนขายของให้หมด เด็กนักเรียนที่เอากระเป๋าบังฝนวิ่งไปป้ายรถเมล์ ฉันได้เห็นการต่อสู้ดิ้นรนของคนมากมาย ทุกคนมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบบทละครชีวิตที่เเสดงร่วมกันกับคนอื่นๆ ในสังคม
 
พวกเขาจะเหนื่อยไหม ฉันไม่ได้เหนื่อยอยู่คนเดียวในโลกใบนี้ใช่ไหม?
 
เพราะอะไรพวกเขาถึงอดทนและดิ้นรนต่อไปไม่หยุดไม่หย่อน
 
เหตุผลหนึ่งมาจากการดิ้นรนเพื่อคนที่อยู่เบื้องหลังของพวกเขาหรือเปล่า
 
ถ้าพวกเขาไม่มีใครให้คิดถึง บางทีพวกเขาอาจจะไม่ดิ้นรน พยายามเกินตัวจนเหนื่อยเเบบนี้
 
บางที ที่เราใช้ชีวิตได้อย่างปกติเช่นทุกวันนี้ อาจเป็นเพราะเรายังเห็นคนอื่นดิ้นรนเช่นเดียวกับเรา
และบางทีช่วงเวลาที่เหงาที่สุด อาจจะเป็นเวลาที่เราออกไปนอกบ้านเเล้วพบว่าเราอยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ก็ได้
 
 
 
และฉันก็ได้คำตอบระหว่างที่ติดอยู่บนถนนว่า
 
เพราะสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือกำลังใจจากคนที่เรารัก ทำให้เรามีแรงสู้ทนต่อไปในโลกใบนี้ได้ เเม้ว่าแต่ละวันที่เราต้องเผชิญจะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม
 
 
คุณได้อะไรบ้างจากรถที่ติดแหงกอยู่บนท้องถนน?
 
ฉันทวิตข้อความนี้ขึ้นไปบนทวิตเตอร์ของฉัน ฉันได้คำตอบจากคนคนเดียวว่า "ได้เวลาพักผ่อน"
 

เป็นคำตอบที่ดูธรรมดาแต่ฉันก็นั่งอมยิ้มได้นานสองนาน...
 

เพราะว่ามันเป็นเสียงตอบรับที่ทำให้ฉันรู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก
 
:) 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

คิดในแง่ดีเข้าไว้


big smile big smile Hot!

#3 By อิสระรำพัน on 2011-06-12 16:18

การปรับตัว จะทำให้เราอยู่อย่างมีความสุขครับ big smile

#2 By GUMBEAR on 2011-06-12 13:02

ผมชอบแสงไฟตอนกลางคืนนะ แต่บ้านไม่ได้อยู่กรุงเทพ รถจะติดก็เฉพาะตอนที่มีอุบัติเหตุนั่หล่ะsad smile sad smile

#1 By Rapbitan on 2011-06-12 12:57